งาน Government-SE Matching Day: รัฐรวมพลังจับคู่ธุรกิจเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน โดย สวส.

Government SE Matching Day by OSEP

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2565 ทีมงานสมาคมธุรกิจเพื่อสังคมเข้าร่วมงาน “Government-SE Matching Day: รัฐรวมพลังจับคู่ธุรกิจเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน” จัดโดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (สวส.) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้เรื่องสิทธิประโยชน์การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของวิสาหกิจเพื่อสังคมตามกฎกระทรวง “การกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2564”

ในงานมีการบรรยายเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างวิสาหกิจเพื่อสังคมของภาครัฐ โดยวิทยากรจากกรมบัญชีกลาง และการเสวนาระหว่างสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม กรมการพัฒนาชุมชน และวิสาหกิจเพื่อสังคม 3 กิจการ คือ บริษัท โลเคิล อไลค์ จำกัด, สมาคมธุรกิจเพื่อสังคม และบริษัท ประชารัฐสามัคคีปราจีนบุรี (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ในโอกาสนี้ น.พ.พูลชัย จิตอนันตวิทยา อุปนายกสมาคมฯ เป็นตัวแทนของทีมงาน SE Thailand เข้าร่วมเสวนา

Government SE Matching Day by OSEP

นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการวิสาหกิจเพื่อสังคม อีกกว่า 15 กิจการ มาร่วมออกบูธแสดงสินค้า ในจำนวนนี้มีสมาชิก SE Thailand เข้าร่วมด้วย 4 องค์กร ได้แก่ โลเคิล อไลค์ (Local Alike), อาร์ต ออฟไลฟ์ (Art for Cancer by Ireal), แดรี่โฮม (Dairy Home) และอภัยภูเบศร

Government SE Matching Day by OSEP

Government SE Matching Day by OSEP

Government SE Matching Day by OSEP

Government SE Matching Day by OSEP

ชมภาพกิจกรรมที่ Facebook Page: สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม – สวส.

ขอบคุณที่มา: สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (สวส.)

Digital Leadership Bootcamp by Skooldio กลับมาแล้ว พร้อมส่วนลด 70%

Digital Leadership Bootcamp
กลับมาอีกครั้งกับโปรแกรม Digital Leadership Bootcamp by Skooldio
Skooldio ได้ออกแบบ Digital Leadership Bootcamp หลักสูตรเข้มข้น 12 สัปดาห์สำหรับผู้นำองค์กรยุคใหม่ที่ต้องการปรับแนวคิดและวิธีทำธุรกิจให้พร้อมรับมือ Digital Transformation พร้อมเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของเหล่าผู้เชี่ยวชาญมากมายไม่ว่าจะเป็น Meta (Facebook), Google, Boston Consulting Group, Amazon, Lazada, รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำสัญชาติไทยอย่าง AISCB, Builk, และ Jitta พร้อมกิจกรรม Design Sprint เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะได้พัฒนาศักยภาพนำสิ่งที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ได้จริงและสามารถสร้างทีมที่มีความพร้อม ที่จะนำองค์กรไปสู่ความเป็นผู้นำในยุคดิจิทัล

Skooldio เองในฐานะคนหนึ่งที่อยากเห็นสังคมและประเทศของเราดีขึ้น จึงอยากเป็นส่วนช่วยในการสนับสนุนให้องค์กรดีๆ ของไทยสามารถสร้าง Impact ได้มากขึ้นด้วยเทคโนโลยี เราจึงเปิดโครงการพิเศษนี้ขึ้นมา โดยมอบส่วนลด 70% สำหรับผู้ประกอบการหรือกิจการเพื่อสังคมในการเข้าร่วมโครงการนี้ เหลือเพียง 60,000 บาท/ท่าน (ไม่ร่วมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จากราคาปกติ 200,000 บาท/ท่าน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ดูรายละเอียดของโครงการได้ที่ https://to.skooldio.com/4MSbhvGxHsb

สมัครเข้าร่วมโครงการสำหรับ Social Enterprise ได้ที่ https://to.skooldio.com/DLB3-SE

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 065-651-7974 (บอล) หรือ 099-452-5551 (เฟรช) และ hello@skooldio.com


ขอบคุณที่มา: Skooldio

depa เปิดรับสมัครข้อเสนอโครงการส่งเสริมการลงทุนหรือประกอบกิจการวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ครั้งที่ 8 ประจำปี 2565

depa Digital Startup Fund
ด้วยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เปิดรับสมัครข้อเสนอโครงการส่งเสริมการลงทุนหรือประกอบกิจการวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ผ่านมาตรการ depa Digital Startup Fund ครั้งที่ 8 ประจำปี 2565
ในระยะการก่อตั้งธุรกิจ (S2) ประเภทธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัล ระยะเวลาโครงการ 1 ปี 6 เดือน
สาขาเป้าหมาย
  •  เกษตรกรรม (AgriTech)
  •  การท่องเที่ยว (TravelTech)
  •  การศึกษา (EdTech)
  •  สุขภาพ (HealthTech)
  •  การบริการภาครัฐ (GovTech)
  •  การเงิน (FinTech)
  •  การบริการ (ServiceTech)
  •  เมืองอัจฉริยะ (Smart City)
ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอโครงการ

1. สแกน QR Code หรือ ค้นหา LINE Official @depathailand

2. สมัครสมาชิกเป็น depa Member

3. ยืนยันตัวตนผ่าน LINE

4. กรอกข้อมูลขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ผ่านมาตรการ depa Digital Startup Fund

5. จัดส่งคลิปวิดิโอ (Pitching) และสไลด์นำเสนอข้อมูลของกิจการ (Pitch Deck) ทั้ง 2 นาทีและ 5 นาที รูปแบบภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งเอกสารประกอบการพิจารณา

ดูขั้นตอนการสมัครเพิ่มเติม ดาวน์โหลด

เปิดรับสมัครวันที่: 11 สิงหาคม  – 26 สิงหาคม  2565
  • พิจารณาโครงการ: 29 สิงหาคม  – 30 กันยายน 2565
  • ประกาศผลภายในเดือน ตุลาคม 2565
สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: www.depa.or.th/startup
ขอบคุณที่มา: depa

SDSN Thailand โดย IHPP และ SDG Move ร่วมจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย

ThailandSustainableDevelopmentForum2022

สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) และศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) ภายใต้เครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย (SDSN Thailand) จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคส่วนเพื่อ “การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย” (Thailand Sustainable Development Forum 2022) ขึ้นในวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565  ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ และได้ถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live ทางเพจ IHPP – สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ และ SDG Move TH

เวทีฯ ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเป็นเวทีสนับสนุนการสื่อสารความรู้ไปสู่นโยบายอย่างมีส่วนร่วมในการดําเนินการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย และมีวัตถุประสงค์ 4 ประการ ได้แก่

  1. เพื่อสร้างกลไกการนําข้อมูลที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ไปสู่การกําหนดวาระนโยบายหรือประเด็นสำคัญ เพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย
  2. เพื่อส่งเสริมการสร้างและจัดการความรู้ระหว่างภาคส่วน ผ่านการสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ ในการจัดทําข้อมูลสถานการณ์และช่องว่างในการดําเนินงานเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย
  3. เพื่อส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายและการทํางานร่วมกันของนักวิชาการและภาคส่วนต่าง ๆ อย่างบูรณาการข้ามศาสตร์ ภายใต้ประเด็นความยั่งยืนที่สําคัญ และ
  4. เพื่อสร้างความมุ่งมั่นในการดําเนินงานเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของประเทศไทย ภายในปี พ.ศ. 2573

กิจกรรมที่สำคัญประการหนึ่งของเวทีฯ วันนี้คือการเปิดตัว “รายงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย พ.ศ. 2565 มุมมองจากเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย” ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอในฐานะกลไกสำคัญของการนำข้อมูลสู่การกำหนดวาระนโยบายและกลไกส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายการทำงานของภาคส่วนต่าง ๆ อย่างบูรณาการ

รายงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย พ.ศ. 2565 มุมมองจากเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย ได้จัดทำขึ้นบนพื้นฐานของการนำแนวคิด Sustainability Transformation มาปรับเข้ากับบริบทของประเทศไทย และนำเสนอสถานการณ์รายประเด็นภายใต้ 5 ธีม ได้แก่

  1. ธีมที่ 1 สุขภาวะและทรัพยากรมนุษย์ (Human Well-being and Capabilities)
  2. ธีมที่ 2 เศรษฐกิจที่ยั่งยืนและเป็นธรรม (Sustainable and Just Economies)
  3. ธีมที่ 3 การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงานและอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน (Energy Decarbonization with Universal Access
  4. ธีมที่ 4 การพัฒนาของพื้นที่เมืองและพื้นที่กึ่งเมือง (Urban and Peri-urban Development)
  5. ธีมที่ 5 ระบบอาหาร ที่ดิน น้ำ และมหาสมุทรที่ยั่งยืน (Sustainable Food, Water, Land and Oceans)

ในภาพรวม รายงานฯ ยังได้นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ดังนี้

  1. การขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
  2. การขับเคลื่อนทุกภาคส่วน และทุกระดับสอดประสานกัน
  3. การขับเคลื่อนผ่านการวิจัย นวัตกรรม และกระบวนการเรียนรู้ในสังคม

อ่านรายงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย พ.ศ. 2565: มุมมองจากเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย


ขอบคุณที่มา: ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move)

ชาปู่หมื่น ของขวัญแห่งสันติภาพจากใจชาวไทยสู่ผู้แทนเอเปค

Grandpa Muen’s Tea
เชียงใหม่ 16 สิงหาคม 2565 – ชาปู่หมื่น บาย เทียร่า วีแชร์ โดยวิสาหกิจชุมชนชาดอยปู่หมื่น ร่วมกับ เทียร่า ขันทอง วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือ เทียร่า วีแชร์ (Tiara WeShare) รวมพลังยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่เวทีเอเปค

ผลิตภัณฑ์ ‘ชาปู่หมื่น บาย เทียร่า วีแชร์’ เป็นของขวัญจากใจชาวไทยมอบแด่ผู้นำและผู้แทนเอเปคในการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค ครั้งที่ 3 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (APEC Third Senior Officials’ Meeting – SOM 3 and Related Meetings) ระหว่างวันที่ 16 – 31 สิงหาคม  2565 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่

ชาปู่หมื่น’ คือชาดำออร์แกนิครสชาติเข้มข้นและเติมพลัง ผลิตโดยวิสาหกิจชุมชนชาดอยปู่หมื่น ไร่ชาอันสวยงามตั้งอยู่บนภูเขาสูงท่ามกลางภูมิประเทศในอุดมคติทางภาคเหนือของประเทศไทย ชาปู่หมื่นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในทุก ๆ จิบที่ดื่ม ไม่เพียงแค่รสชาติที่อร่อยถูกใจเท่านั้น ชาปู่หมื่นยังได้รับรางวัล Thailand Energy Awards จากผลงานการประยุกต์ใช้พลังงานสะอาดอีกด้วย ‘ชาปู่หมื่น’ เป็นชาสายพันธุ์อัสสัมที่ปลูกในพื้นที่สูง ณ ดอยปู่หมื่น อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ สภาพอากาศได้สรรค์สร้างชาที่มีรสชาติประหนึ่งมาจากสรวงสวรรค์

‘ดอยปู่หมื่น’ ยังเป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวนำร่อง ต้นแบบเส้นทางการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำโดยการนำแนวคิด BCG มาบูรณาการกับการท่องเที่ยวสีเขียว นักท่องเที่ยวจะมีความสุขใจจากการขึ้นดอยสูง พื่อเดินตามรอยเท้าพ่อ ชมต้นชาต้นแรกที่ได้รับพระราชทานจากในหลวง ในครั้งนั้น ‘ปู่หมื่น’ ซึ่งเป็นผู้นำชุมชนชาวเขาเผ่าลาหู่ เป็นตัวแทนรับมอบชาพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 9 นับเป็นชาต้นแรกที่ปลูกและขยายพันธุ์ให้แก่เกษตรกร นี่คือเรื่องราวเริ่มต้นแห่งตำนานปู่หมื่นผู้บุกเบิกการเพาะปลูกชาและชักชวนให้ชาวบ้านเลิกปลูกฝิ่น และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ชุมชนท้องถิ่นในวันนั้นจนกระทั่งทุกวันนี้ ดอยปู่หมื่นยังคงสวยงามราวต้องมนตร์และเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินกับการเก็บชาร่วมกับชาวเขาในยามเช้าช่วงรับอรุณ เล่นน้ำตกท่ามกลางธรรมชาติ และชื่นชมวัฒนธรรมท้องถิ่น

‘ชาไทย’ ถือเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรดของคนทั่วโลก การดื่มชานับเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีและสุนทรียภาพของชีวิต เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดีงาม นอกจากนี้การจิบชาถือเป็นช่วงเวลาแห่งสติที่คุณจะได้ฝึกสมาธิและดื่มด่ำกับประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้แก่ การมองเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การลิ้มรส และการสัมผัส เทียร่า วีแชร์ สนับสนุนชาปู่หมื่นโดยการช่วยขยายโอกาสทางการค้า รับซื้อวัตถุดิบโดยตรงจากเกษตรกรในราคายุติธรรม และพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเสน่ห์ลวดลายผ้าชนเผ่า รวมถึงช่วยตรวจสอบ ควบคุมคุณภาพ และทำการตลาดดิจิทัล เทียร่า วีแชร์ ในฐานะพันธมิตรด้านการสื่อสารการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Communication Partner) ของกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประชาสัมพันธ์การจัดประชุมที่สำคัญยิ่งนี้โดยการประทับโลโก้ APEC ลงบนบรรจุภัณฑ์ และพิเศษยิ่งขึ้นสำหรับการประชุมในครั้งนี้ด้วยกิมมิค Tea Tag ป้ายชากระดาษพิมพ์หัวข้อหลักความร่วมมือ คือ Open. Connect. Balance. หรือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล”

เทียร่า วีแชร์ ร่วมมือกับมาสเตอร์เชฟและมาสเตอร์มิกโซโลจิสต์ของประเทศไทย เสิร์ฟชาปู่หมื่นเพื่อเป็น Welcome Drink แสดงถึงมิตรไมตรีในการต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ ชาปู่หมื่นนอกจากจะมีสารต้านอนุมูลอิสระในระดับสูง มีคุณประโยชน์ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และทำให้สุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังช่วยเพิ่มรสชาติของชีวิต กระตุ้นให้เกิดอิสรภาพทางความคิดในการรังสรรค์เมนูม็อกเทลได้หลากหลาย ตั้งแต่ชาเย็นโบราณหรือชานมสีส้มที่เราคุ้นเคย ชาดำผสมน้ำผึ้งมะนาว ไปจนถึงชานมไข่มุก การเสิร์ฟชาไทยเป็นการแสดงออกถึงการต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งชาวไทยทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค ปี 2565 (APEC 2022) ในครั้งนี้

เกี่ยวกับ เทียร่า วีแชร์

บริษัท เทียร่า ขันทอง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด หรือ Tiara WeShare (เทียร่า วีแชร์) เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมลำดับที่ 203 ของประกาศสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม บริษัทฯ จัดสรรผลกำไรในการลงทุนเพื่อสังคม สุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี และการศึกษา โดยเน้นงานด้านสันติภาพและการพัฒนา เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ เทียร่า วีแชร์ ได้ที่เว็บไซต์ www.tiarakhanthong.org

ร่วมกับ เทียร่า วีแชร์ ในแคมเปญ “Cup of Peace ถ้วยชาแห่งสันติภาพ” เมื่อซื้อชาทุก ๆ กล่อง เทียร่าจะมอบชานมถั่วเหลืองหนึ่งถ้วยแก่ผู้ขาดแคลน

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมแห่งการแบ่งปันวันนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายชา 10,000 ถ้วย ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2565

ดูร้านค้า Tiara WeShare ที่ www.shopee.co.th/tiaraweshare

โครงการนวัตกรรมสำหรับเมืองและชุมชน ปี 2566 (City & Community Innovation Challenge 2023)

social innovation
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เปิดรับข้อเสนอโครงการนวัตกรรมที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตทุกช่วงวัย (Innovation for All Generation) พร้อมชิงทุนสนับสนุนโครงการมูลค่าไม่เกิน 1,500,000 บาทต่อโครงการ
ในปัจจุบันแนวโน้มการสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเมืองและชุมชน (innovation for urbanization) จะมีแนวคิดมาจากการร่วมแรงร่วมใจกันระหว่างหน่วยงานด้านการปกครอง องค์กรเอกชน องค์กรภาคสังคม และภาคประชาชน ซึ่งเป็นแนวคิดในการทำงานร่วมกันหรือเรียกว่า “การร่วมรังสรรค์” (co-creation) ทำให้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) ได้ดำเนินการ การเปิดรับข้อเสนอโครงการนวัตกรรมสำหรับเมืองและชุมชน ประจำปี 2566 (City & Community Innovation Challenge 2023) ที่สามารถผลักดันไปสู่การใช้งานจริง เพื่อแก้ไขปัญหาในประเด็นท้าทายที่เกิดขึ้นจากการขยายตัวของเมืองและชุมชน โดยเปิดรับข้อเสนอแนวคิดการพัฒนาในหลากหลายมิติ จากนั้นจะมีการตัดสินแนวคิดที่ดีและมีโอกาสในการขยายผล ซึ่งองค์กรที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับเงินสนับสนุนเพื่อนำไปดำเนินการจริงในพื้นที่ ตามหลักเกณฑ์ที่ สนช. กำหนด ภายในระยะเวลา 12 เดือนของการดำเนินงาน ซึ่งเมื่อดำเนินโครงการนำร่องแล้วเสร็จ สามารถขยายผลแนวคิด เทคโนโลยี โอกาสทางสังคม และธุรกิจ ไปยังพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป
หัวข้อที่เปิดรับสมัครประจำปีงบประมาณ 2566
  1. นวัตกรรมในกลุ่มซอฟต์พาวเวอร์
  2. นวัตกรรมสำหรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  3. นวัตกรรมที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตทุกช่วงวัย
ธีมสุดท้ายในปีนี้คือ นวัตกรรมที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตทุกช่วงวัย (Innovation for All Generation) ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 หัวข้อย่อยตามระดับช่วงวัย ดังนี้
1. BABY BOOMER (อายุ 55 ปีขึ้นไป) ตัวอย่างนวัตกรรม เช่น
  • การดูแลสุขภาพทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ
  • นวัตกรรมที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิต
  • นวัตกรรมที่มุ่งเน้นให้ผู้สูงอายุใช้องค์ความรู้และความสามารถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
2. GEN X (อายุ 40-54 ปี) ตัวอย่างนวัตกรรม เช่น
  • การป้องกันและดูแลสุขภาพ
  • แพลตฟอร์มการระดมทุนด้านสังคม
  • การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
3. GEN Y (อายุ 23-39 ปี) ตัวอย่างนวัตกรรม เช่น
  • นวัตกรรมของการหารายได้เสริม/อาชีพ
  • นวัตกรรมที่ช่วยด้านสภาพคล่องทางการเงิน
  • นวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาสุขภาพจิต
4. GEN Z (อายุ 10-22 ปี) ตัวอย่างนวัตกรรม เช่น
  • Workcation
  • แพลตฟอร์มที่แสวงหาสิ่งใหม่
  • การจัดตั้งธุรกิจเพื่อสังคม
5. GEN ALPHA (อายุต่ำกว่า 10 ปี) ตัวอย่างนวัตกรรม เช่น
  • นวัตกรรมที่เสริมสร้างพัฒนาการการศึกษา
  • ความหลากหลายและความเท่าเทียมทางเพศ
คุณสมบัติของผู้สมัคร
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีการทำงานร่วมกับภาคเอกชนหรือภาคมหาวิทยาลัย เพื่อขับเคลื่อนพันธกิจขององค์กรปกครองนั้นด้วยนวัตกรรม
  • องค์กรเอกชน หรือ มหาวิทยาลัย ที่มีส่วนร่วมกับเมืองหรือชุมชน มีการทำงานร่วมกับคนในพื้นที่เพื่อสร้างรายได้ หรือประโยชน์ให้กับพลเมือง โดยใช้นวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน
  • มูลนิธิ สมาคม วิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์ ที่ดำเนินการพัฒนานวัตกรรมในระดับพื้นที่ และส่งผลกระทบอันเป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
เปิดรับข้อเสนอโครงการแล้วตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2565 (ประกาศผลโครงการที่ผ่านการคัดเลือกภายใน 16 กันยายน 2565)

สมัครที่ https://mis.nia.or.th/

ดาวน์โหลดคู่มือวิธีการสมัครและรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ https://social.nia.or.th/2022/city66/


Cheewid เปิดตัวแพลตฟอร์มระดมทุน โฉมใหม่ สะดวก รวดเร็วกว่าที่เคย

Cheewid แพลตฟอร์มระดมทุน
Cheewid โฉมใหม่ สะดวก รวดเร็วกว่าที่เคย ให้ระดมทุนสุด Fun บริจาคก็ยิ่งฟิน!
พบกับ Cheewid แพลตฟอร์มระดมทุน ระดมอาสาสมัครเพื่อทุกคนที่อยากเปลี่ยนแปลงสังคม เวอร์ชันอัปเดตล่าสุด ที่ขนทัพความปังมาแบบไม่ยั้ง ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น สร้างโปรไฟล์และโครงการระดมทุนง่ายดาย บริจาคไว ไม่มีสะดุด!
เวอร์ชันใหม่มาพร้อมกับ
  • ดีไซน์ใหม่ สวยงาม อ่านง่ายสบายตา ทั้งหน้าโครงการระดมทุนและโปรไฟล์องค์กร
  • โปรไฟล์องค์กรระดับโปร ละเอียด เจาะลึก ฟังก์ชันแน่น ให้ผู้ใช้รู้จักและใกล้ชิดองค์กรเพื่อสังคมมากขึ้น
  • ระดมทุนง่าย บริจาคคล่อง ไม่มีสะดุด! ปรับหน้าตาใหม่ อ่านง่าย ชัดเจน บริจาคได้รวดเร็วว่องไว
มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดว้าว พร้อมสร้างสรรค์สังคมแบบไร้ขีดจำกัด ได้แล้วตอนนี้ ที่ cheewid.com แล้วผู้ใช้จะสนุกกับการให้มากกว่าที่เคย
สมัครสมาชิกฟรี! คลิก  cheewid.com/sign-up
ขอบคุณที่มา: Cheewid

HealthTech X สุขล้ำ ไม่เหลื่อมล้ำ โดย สสส. สำนักสร้างสรรค์โอกาส

สสส - HealthTech X
สสส. สำนักสร้างสรรค์โอกาส (สำนัก 6) กำลังตามหาเหล่าฮีโร่ X-Innovator เข้าร่วมโครงการ “HealthTech X สุขล้ำ ไม่เหลื่อมล้ำ” ลุ้นทุนสนับสนุนเพื่อพัฒนาผลงาน ทีมละกว่า 500,000 บาท

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ประกอบการ ชุมชน นักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไป SMEs หรือ startup ขอเพียงมีไอเดียสร้างสรรค์ ศักยภาพ และทักษะด้าน health, technology, digital, business & marketing, creative หรือ design ก็สามารถเข้าร่วมได้

เงื่อนไขการสมัคร
  • สมัครเป็นกลุ่ม 3 – 5 คน (ทีมละไม่เกิน 5 คน) และสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดีแก่ 3 กลุ่มคนพิเศษ ได้แก่ เด็กและเยาวชน, ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง (เช่น คนพิการ, ผู้ตั้งครรภ์, ไรเดอร์, แท็กซี่, หนุ่มสาวโรงงาน, เกษตรกร, แรงงานประมง, คนไร้บ้าน, ชุมชนแออัด, ผู้ต้องขัง, หาบเร่แผงลอย, แรงงานนอกระบบ แรงงานข้ามชาติ และชาวเขา)
  • รูปแบบกลไกเทคโนโลยีดิจิทัลที่เปิดรับ ได้แก่ Mobile Application, IOT, Cloud Computing, VR / Metaverse, AI, Robotics และ Big Data & Health Analytics
  • ผู้สมัครต้องส่งเอกสารและวิดีโอนำเสนอผลงาน

อ่านรายละเอียดที่ https://healthtechx.syn-hub.com/healthtechx/apply

ระยะเวลาโครงการ
  • เปิดรับสมัคร 27 มิถุนายน – 5 สิงหาคม 2565 ที่ https://bit.ly/Form-HealthTechX
  • ประกาศรายชื่อทีมผ่านเข้ารอบ Pre-Pitching วันที่ 6 สิงหาคม
  • Pre-Pitching คัดเลือกทีมที่ผ่านเข้ารอบ 25 ทีม ระหว่างวันที่ 9 – 10 สิงหาคม จัดที่ SYNHUB คลองหลวง คลอง 1
  • ประกาศรายชื่อทีมผ่านเข้ารอบ 25 ทีมสุดท้าย วันที่ 15 สิงหาคม
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

สสส - HealthTech X

ขอบคุณที่มา: HealthTech X

โครงการ SET Social Impact Gym 2022

SET Social Impact Gym 2022

ตลาดหลักทรัพย์ชวนทุกท่านสมัครเข้าร่วมโครงการ SET Social Impact Gym 2022 ผ่านการเรียนรู้ แบ่งปันประสบการณ์จริง และ workshop แบบ one-on-one กับโค้ชจิตอาสา ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นเจ้าของกิจการ และผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

คุณสมบัติ
  • จดทะเบียนนิติบุคคลแล้ว
  • เป็น social impact business ที่มีโมเดลธุรกิจชัดเจนและมีแนวคิดทางธุรกิจที่มีนวัตกรรมทางสังคมที่น่าสนใจ สามารถแก้ไขปัญหาสังคมและสร้างผลลัพธ์ทางสังคมด้านสิ่งแวดล้อมและด้านผู้เปราะบาง (สุขภาพจิต)
  • มีศักยภาพการดำเนินธุรกิจระดับ growth stage ที่สามารถสร้างรายได้ทุกปี
  • ต้องเป็น founder และ co-founder ที่สนใจพัฒนาธุรกิจให้เข้มแข็งควบคู่กับการสร้างผลลัพธ์ทางสังคมเชิงบวก ตั้งใจและพร้อมเข้าร่วมทุกกิจกรรม

สมัครได้ถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2565 ที่ https://forms.gle/PF34yXcC2vkVSWGq7


ขอบคุณที่มา: SET Social Impact

Sati App เปิดรับอาสาสมัครผู้ฟัง หลักสูตรการปฐมพยาบาลจิตใจเบื้องต้น

Sati หลักสูตรการปฐมพยาบาลจิตใจเบื้องต้น
หลักสูตรการปฐมพยาบาลจิตใจเบื้องต้นนี้จะสอนเครื่องมือและทักษะการให้การสนับสนุนด้านจิตใจอย่างมีประสิทธิภาพตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดทั่วโลก คุณปรับแต่งให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ ครอบครัว เพื่อนฝูง และชุมชนของคุณได้

Sati App เปิดรับอาสาสมัครผู้ฟังอีกครั้ง อาสาสมัครจะได้เข้าร่วมการอบรมออนไลน์และรับใบประกาศนียบัตรเมื่อจบคอร์ส

รูปแบบการอบรม
  • ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เนื้อหามีทั้งหมด 8 บทเรียน อาสาสมัครไม่ต้องเรียนให้จบคอร์สในครั้งเดียว เพราะสามารถกลับมาเรียนต่อจากจุดที่ค้างไว้ได้เสมอ
  • ระยะเวลาการอบรมขึ้นอยู่กับความพร้อมของอาสาสมัคร Sati App แนะนำให้ใช้เวลากับการอบรมอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง

เมื่อเรียนจบคอร์สแล้วจะได้อะไร?

อาสาสมัครสามารถยื่นใบสมัครเป็น “ผู้ฟังบน Sati App” หากผ่านเกณฑ์ ทีมงาน Sati App จะติดต่อกลับผ่านทางอีเมล พร้อมออกใบประกาศนียบัตรที่มีอายุ 1 ปีให้

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าอบรมที่ https://e-learning.satiapp.co/


ขอบคุณที่มา: Sati App

พิธีมอบรางวัลการประกวดเครื่องหมายสัญลักษณ์วิสาหกิจเพื่อสังคม (Thailand Social Enterprise Mark)

Thailand Social Enterprise Mark

หลังผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นโดยคณะกรรมการตัดสินทั้ง 2 รอบและการโหวตจากกลุ่มวิสาหกิจเพื่อสังคม กลุ่มกิจการเพื่อสังคม และสาธารณชน ในที่สุดโครงการประกวดเครื่องหมายสัญลักษณ์วิสาหกิจเพื่อสังคม (Thailand Social Enterprise Mark) ก็ได้ผู้ชนะทั้ง 3 รางวัล

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2565 ท่านนภา เศรษฐกร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (สวส.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “โครงการประกวดเครื่องหมายสัญลักษณ์วิสาหกิจเพื่อสังคม (Thailand Social Enterprise Mark)” ขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะการประกวด ดังนี้

รางวัลชนะเลิศ คุณนิธิกร ทองก้อน ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมโล่รางวัล และเกียรติบัตร

Thailand Social Enterprise Mark

รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง คุณเดชา แซ่ชั่น ได้รับเงินรางวัล 40,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

Thailand Social Enterprise Mark

เจ้าหน้าที่ สวส. เป็นตัวแทนรับรางวัล

รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง คุณปฐวี อารยภานนท์ ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

Thailand Social Enterprise Mark

เจ้าหน้าที่ สวส. เป็นตัวแทนรับรางวัล

Thailand Social Enterprise Mark เป็นเครื่องหมายสัญลักษณ์ที่รับรองความเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม ซึ่งได้รับการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ใช้เพื่อสื่อสารกับบุคคลทั่วไปว่ากิจการที่ใช้เครื่องหมายดังกล่าวมีคุณสมบัติของการเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมอย่างครบถ้วน ได้แก่ มีวัตถุประสงค์ทางด้านสังคมเป็นวัตถุประสงค์หลักในการดำเนินกิจการ มีการวัดผลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมนอกเหนือจากผลประกอบการด้านการเงินเท่านั้น มีการนำกำไรไปลงทุนซ้ำเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางสังคม และมีธรรมาภิบาลและความโปร่งใส

วิสาหกิจเพื่อสังคมที่จดทะเบียนกับ สวส. จะสามารถนำเครื่องหมายสัญลักษณ์นี้ ไปใช้แสดงบนฉลากสินค้า บรรจุภัณฑ์ หรือสื่อประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ รวมถึงตัวกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคม ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคที่ใส่ใจในการสร้างผลกระทบที่ดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เกิดความมั่นใจว่าได้จับจ่ายใช้สอยจากกิจการที่ได้รับการรับรองว่าเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมตัวจริง

ขอขอบคุณผู้เข้าประกวดทุกท่านที่ส่งผลงานสร้างสรรค์มาร่วมโครงการฯ และคะแนนเสียงจากทางบ้านที่ร่วมคัดเลือกเครื่องหมายสัญลักษณ์ ผู้ดำเนินโครงการหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้วิสาหกิจเพื่อสังคมและกลุ่มกิจการเพื่อสังคมเติบโต เข้มแข็ง และเป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไป

ดูประกาศฉบับเต็มและผลงานที่ได้รับรางวัล

โครงการนวัตกรรมเพื่อสังคมรายสาขา ปีงบประมาณ 2566 โดย NIA

NIA - โครงการนวัตกรรมเพื่อสังคมรายสาขา 2566

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เปิดรับข้อเสนอโครงการนวัตกรรมเพื่อสังคมรายสาขา ปีงบประมาณ 2566 พร้อมมอบทุนสนับสนุนโครงการนวัตกรรมเพื่อสังคมแบบให้เปล่า (grant) มูลค่าสูงสุด 1,500,000 บาทต่อโครงการ เพื่อพัฒนาต้นแบบหรือนำร่องนวัตกรรมเพื่อสังคมที่ช่วยแก้ปัญหาสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเท่าเทียมมากขึ้น

รับสมัครโครงการ 9 หัวข้อ ดังนี้
  1. ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม: การจัดการของเสียทั้งจากชุมชน โรงงานอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร โดยสร้างมูลค่าเพิ่มและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด นอกจากนี้ยังมีการนำนวัตกรรมเข้าไปช่วยในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล
  2. ด้านความเชื่อมโยงระหว่าง อาหาร น้ำ และพลังงาน: การส่งเสริมความเชื่อมโยงการผลิตพลังงานจากวัตถุดิบพลังงานทดแทนที่มีอยู่ภายในประเทศให้ได้เต็มตามศักยภาพ การพัฒนาศักยภาพการผลิตพลังงานทดแทนด้วยเทคโนโลยีที่มีความเหมาะสม และการพัฒนาพลังงานทดแทนที่ไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและน้ำ หรือการผลิตอาหารที่มีการอนุรักษ์น้ำและพลังงาน ตลอดจนการจัดการน้ำที่ส่งเสริมการผลิตอาหารหรือพลังงาน
  3. ด้านการศึกษา: การใช้นวัตกรรมเพื่อปรับปรุงการศึกษาให้เป็นไปอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
  4. ด้านการเงิน: การจ้างงาน และสวัสดิการสังคม: การสร้างรูปแบบนวัตกรรมการจัดการที่ส่งเสริมให้เกิดการเข้าถึงบริการทางการเงินและสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึง หรือการส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานในกลุ่มบุคคลต่าง ๆ เช่น การจ้างงานในชุมชน การจ้างงานสำหรับผู้พิการหรือผู้ด้อยโอกาส การจ้างงานสำหรับผู้สูงอายุ เป็นต้น
  5. ด้านเกษตรกรรมยั่งยืน: การสร้างมูลค่าให้กับวัตถุดิบเกษตรอินทรีย์ โดยมุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรรายย่อยภายในประเทศมาผสมผสานกับองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้สามารถตอบสนองการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์อินทรีย์ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความยั่งยืนให้กับระบบการเกษตรของประเทศ
  6. ด้านภาครัฐและความเป็นเมือง: การใช้นวัตกรรมปรับปรุงกระบวนการในการเข้าถึงการบริการภาครัฐ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นให้เกิดความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาลควบคู่ไปด้วยกัน รวมถึงการส่งเสริมการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมเมือง ที่มีบริบทเกี่ยวข้องต่อสภาพความเป็นอยู่หรือคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมือง เช่น ปัญหาด้านการขนส่งมวลชน ปัญหามลพิษ ปัญหายาเสพติด ปัญหาที่อยู่อาศัย เป็นต้น
  7. ด้านสุขภาพ: การส่งเสริมการดูแลสุขภาพในระยะยาว การพัฒนากระบวนการเข้าถึงการรักษาของชุมชนในพื้นที่ห่างไกล การลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ทดแทนการนำเข้า ราคาถูก และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  8. ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม: การนำผลผลิตสร้างสรรค์จากอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มีผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในรูปแบบของสินค้าหรือบริการ กระบวนการผลิต การบริหารจัดการในองค์กร การเปิดตลาดใหม่ และการสื่อสารทางการตลาด ซึ่งเป็นที่ยอมรับและสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการมีส่วนร่วมจากชุมชน
  9. ด้านการจัดการภัยพิบัติ: การแก้ปัญหาและป้องกันภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น ปัญหาน้ำท่วมหรือการขาดแคลนน้ำ ปัญหาไฟป่า ปัญหาภัยพิบัติจากทะเลและชายฝั่ง ปัญหาแผ่นดินไหว เป็นต้น โดยนำนวัตกรรมการจัดการ กระบวนการ หรือผลิตภัณฑ์เข้ามามีส่วนร่วม

ขั้นตอนและระยะเวลา
  • เปิดรับโครงการถึงวันที่ 30 กันยายน 2565
  • พิจารณาข้อเสนอ concept idea – ตุลาคม 2565
  • ยื่นข้อเสนอโครงการ (เฉพาะโครงการที่ผ่านการพิจารณา concept idea) – พฤศจิกายน 2565
  • โครงการจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตั้งแต่พฤศจิกายน 2565 เป็นต้นไป หรือปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมที่ สนช. พิจารณา

สมัครเข้าร่วมโครงการที่ http://mis.nia.or.th/


คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ
  • นิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย (บริษัท หจก. มูลนิธิ สมาคม วิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์) ซึ่งมีหุ้นอันเป็นทุนตั้งแต่ร้อยละ 51 ของนิติบุคคลนั้น ถือโดยบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย
  • ไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่น เว้นแต่ทุนนั้นเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ซ้ำซ้อนจากที่ขอรับการสนับสนุน
  • ไม่เป็นบุคคลล้มละลายตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหรือผู้ต้องโทษในคดีอาญา

รูปแบบเงินสนับสนุน
  • ผู้ผ่านเกณฑ์การสนับสนุนจะได้รับเงินสนับสนุนเพื่อดำเนินโครงการมูลค่าไม่เกิน 1,500,000 บาทต่อโครงการ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การสนับสนุนโครงการที่สำนักงานฯ
  • การจ่ายเงินเพื่อให้การสนับสนุนผู้เข้าร่วมโครงการจะเป็นลักษณะการเบิกค่าใช้จ่ายย้อนหลัง (reimbursement) ซึ่งผู้ได้รับการสนับสนุนจะต้องออกค่าใช้จ่ายในโครงการแต่ละงวดไปก่อนตามแผนงาน แล้ว สนช. จะเบิกจ่ายให้เป็นรายงวด
  • กรณีผู้ขอรับทุนเป็นภาคเอกชน จะต้องแสดงค่าใช้จ่าย (In-Cash) ที่เกิดขึ้นหลังจากลงนามสัญญาส่วนของผู้ขอรับทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 ของมูลค่าโครงการ
  • สนช. ไม่สนับสนุนค่าใช้จ่ายในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

ข้อมูลเพิ่มเติม

NIA - โครงการนวัตกรรมเพื่อสังคมรายสาขา 2566


ขอบคุณที่มา: สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (National Innovation Agency – NIA)

Super Balance Thailand 2022 การแข่งขันจักรยานบาลานซ์ไบค์รุ่นจิ๋วระดับประเทศ

Happy and Healthy Bike Lane - Super Balance Thailand 2022

Super Balance Thailand 2022 การแข่งขันจักรยานบาลานซ์ไบค์รุ่นจิ๋วระดับประเทศ สนับสนุนโดยธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เปิดโอกาสให้นักกีฬาอายุระหว่าง 1.8 – 5 ปี เข้าร่วมแข่งขันชิงถ้วยรางวัล รุ่นผสมชายหญิง 5 ลำดับ/รุ่น

การเเข่งขันจัดขึ้นในวันที่ 23 – 24 กรกฎาคม 2565 (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

ลงทะเบียนแข่งขันที่ https://bit.ly/3A9IhyH

นอกจากการแข่งขันแล้ว นักกีฬารุ่นเยาว์จะได้ร่วมทำกิจกรรมฝึกซ้อมและกิจกรรมสร้างเสริมพัฒนาการ เช่น กิจกรรมวาดรูประบายสี หรือเล่นเครื่องเล่นสไลเดอร์บ้านลมได้ตลอดวั

รางวัลการแข่งขัน
  • ถ้วยรางวัลผู้ชนะอันดับ 1-5
  • เหรียญรางวัลสำหรับนักเเข่งทุกท่าน

หมายเหตุ: สำหรับนักกีฬาที่ไม่มีจักรยานบาลานซ์ไบค์เเละหมวกกันน็อกส่วนตัว ภายในงานมีบริการให้ยืมฟรี จำนวนจำกัด

สอบถามเพิ่มเติม

ขอบคุณที่มา: สนามลู่ปั่นจักรยานเจริญสุขมงคลจิต – Happy and Healthy Bike Lane

โครงการบ่มเพาะนวัตกรรมเพื่อสังคม BIT Social Scale Up 2022: INCUBATION BATCH

NIA - BIT Social Scale Up 2022

โครงการบ่มเพาะนวัตกรรมเพื่อสังคม “BIT Social Scale Up 2022: INCUBATION BATCH” เปิดรับสมัครแล้ว เชิญชวนเหล่านวัตกรเพื่อสังคมยกระดับไอเดีย ขยายผล Social Impact และลุ้นชิงทุนกว่า 1.5 ล้านบาท

โครงการบ่มเพาะนวัตกรรมเพื่อสังคม ยกระดับ Social Innovation กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 3 ภายใต้การร่วมมือของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) หน่วยขับเคลื่อนวัตกรรมเพื่อสังคม (Social Innovation Driving Unit) และ EdVISORY


สิ่งที่คุณจะได้รับจาก INCUBATION BATCH
  • How to Pitch – เรียนรู้ที่จะโดดเด่นบนเวทีธุรกิจด้วยการทดลอง pitching บนเวทีเสมือนจริง พร้อมรับคำแนะนำจากกรรมการและทีมงานเพื่อนำไปพัฒนาต่ออย่างตรงจุด
  • Incubation Workshop: Leverage to Real World – เสริมทักษะและความรู้จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการเพื่อพัฒนาศักยภาพสู่การทำธุรกิจในตลาดจริงให้ยั่งยืน
  • Mentoring Session – รับคำแนะนำปรึกษาด้านธุรกิจกับ experts ในวงการ SE และ startup แบบ exclusive เตรียมพร้อมสู่สนามการขอทุนและตลาดจริงอย่างเข้มข้น
  • Partner – สร้าง connection ความสัมพันธ์เหนียวแน่นกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ให้ได้ปรึกษาและแชร์ประสบการณ์บนเส้นทางสายนวัตกรรมเพื่อสังคม มั่นใจได้เลยว่าเส้นทางนี้คุณจะไม่ได้เดินคนเดียวอย่างแน่นอน
  • Grant Chance – โอกาสครั้งใหญ่ในการเข้าชิงทุนสนับสนุนกว่า 1.5 ล้านบาทจาก NIA เพื่อต่อยอดสร้างไอเดียธุรกิจให้เกิดขึ้นจริง

เงื่อนไขการสมัคร
  • มีทีม 2-4 คน (หากมีมากกว่านี้ สามารถส่งตัวแทนเข้าร่วมโครงการไม่เกินจำนวนที่กำหนดได้)
  • เปี่ยมด้วย passion อยากเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น
  • เข้าใจปัญหาที่อยากแก้ไขและกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง
  • มีประสบการณ์ทดสอบไอเดียกับตลาดแล้ว
  • ต้องการเงินทุนเพื่อสานฝันและขับเคลื่อนสังคมอย่างแท้จริง
  • ไม่จำกัดประสบการณ์ เพศ อายุ วุฒิการศึกษา
  • เคยสมัคร BIT Social Scale Up 2020 หรือ 2021 แล้วก็สามารถสมัครได้
  • ทีมจากรอบ BOOTCAMP BATCH สามารถสมัครได้

เปิดรับสมัครถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2565

สมัครที่ bit.ly/BIT2022_Incubation

ประกาศผลวันที่ 2 สิงหาคม 2565


ผู้สมัครต้องเข้าร่วมหรือส่งตัวแทนเข้าร่วมกิจกรรมต่อไปนี้
  • Pitching Day รอบคัดเลือก 8 ทีมสุดท้ายเข้าสู่ Incubation Program 6 สิงหาคม 2565 และประกาศผล 10 สิงหาคม
  • Incubation Program ตั้งแต่ 20 สิงหาคม 2565 เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดวันกิจกรรมเพิ่มเติมได้เร็ว ๆ นี้

ศึกษารายละเอียดโครงการเพิ่มเติมที่ https://bit2022.edvisory.co.th

ติดต่อสอบถามที่ Facebook Page: WE BOOST UP


ขอบคุณที่มา: สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)

รับสมัครองค์กรเพื่อรับรางวัลด้านสวัสดิการสังคมและการพัฒนาดีเด่นแห่งอาเซียน (AOSWADA)

AOSWADA 2565

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประกาศรับสมัครองค์กรเพื่อคัดเลือกเข้ารับรางวัล AOSWADA ประจำปี 2565 เพื่อเชิดชูผลงานความสำเร็จขององค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) หรือองค์กรภาคประชาสังคม (CSO) และองค์กรภาคเอกชนด้านสวัสดิการสังคมและการพัฒนาของประเทศไทย

คุณสมบัติผุ้สมัคร
ประเภทองค์กรพัฒนาเอกชน (#NGO) หรือองค์กรภาคประชาสังคม (#CSO)
  • เป็นองค์กรระดับพื้นที่หรือระดับประเทศที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการสังคมและการพัฒนา ไม่เป็นบริษัทเอกชนและไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
  • มีผลงานที่ประสบความสำเร็จเป็นที่ประจักษ์และเป็นรูปธรรมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
  • มีข้อมูลการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการสังคมและการพัฒนาในประเทศไทย และตรวจสอบย้อนหลังได้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี
  • ไม่เคยได้รับรางวัล AOSWADA
ประเภทองค์กรภาคเอกชน (Private Sector)
  • เป็นบริษัทเอกชนหรือวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่จดทะเบียนตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม 2562 ซึ่งส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานด้านสวัสดิการสังคมและการพัฒนาในประเทศไทย โดยไม่หวังประโยชน์ทางการเมือง
  • มีผลงานที่ประสบความสำเร็จเป็นที่ประจักษ์และเป็นรูปธรรมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
  • มีข้อมูลการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการสังคมและการพัฒนาในประเทศไทย และตรวจสอบย้อนหลังได้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี
  • ไม่เคยได้รับรางวัล AOSWADA

รับสมัครถึงวันที่ 17 กรกฎาคม 2565

คลิกที่นี่เพื่อสมัคร

ดูรายละเอียดที่ https://shorturl.at/lnL58


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

โทร. 06 3412 6563 และ 09 8250 3446

อีเมล asean.fad@m-society.go.th และ aseanmso@gmail.com


ขอบคุณที่มา: กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์